เกี่ยวกับฉัน

วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ชื่อผลงาน การสร้างและพัฒนาแบบฝึก เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา เรื่อง การใช้ verb to be,

ชื่อผลงาน การสร้างและพัฒนาแบบฝึก เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา เรื่อง การใช้ verb to be,


verb to have ที่ส่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

โรงเรียน เทศบาล ๔ (วัดโพธาวาส) จังหวัดสุราษฎร์ธานี



ผู้วิจัย นางเพ็ญระพี แก้วบุดดี ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ

โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดโพธาวาส) จังหวัดสุราษฎร์ธานี

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ .1) การสร้างและพัฒนาแบบฝึก เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา เรื่อง การใช้ verb to be, verb to have ที่ส่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ คือ 85/85 .2) เพื่อศึกษาพัฒนาการของนักเรียนในการเรียนรู้จาก การสร้างและพัฒนาแบบฝึก เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา เรื่อง การใช้ verb to be, verb to have ที่ส่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 .3) เพื่อศึกษาความก้าวหน้าในการเรียนรู้จาก การสร้างและพัฒนาแบบฝึก เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา เรื่อง การใช้ verb to be, verb to have ที่ส่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ว่ามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 .4) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อ การสร้างและพัฒนาแบบฝึก เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา เรื่อง การใช้ verb to be, verb to have ที่ส่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

ตัวอย่างที่ใช้ในการดำเนินการครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนวิชาภาษาอังกฤษ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดโพธาวาส) ที่ได้มาโดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 77 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการ ประกอบด้วย 1.) แบบฝึก เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา เรื่อง การใช้ verb to be, verb to have ที่ส่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2.)แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ 3.) แบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อ แบบฝึก เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา เรื่อง การใช้ verb to be, verb to have ที่ส่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

การดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ทำการเก็บรวบรวมข้อมูล 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนแรก การทดลองใช้ (Try out) กับกลุ่มเล็ก ขั้นตอนที่สอง การใช้จริงกับกลุ่มทดลอง มีการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ ข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นของกลุ่มทดลองเมื่อเรียนจบ แต่ละแบบฝึก ข้อมูลจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน และคะแนนจากการทำใบงาน

ผลการดำเนินการ พบว่า

1.) ผลการใช้ แบบฝึก เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา เรื่อง การใช้ verb to be, verb to have ที่ส่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3ของกลุ่มทดลอง ปรากฏว่า มีค่าเฉลี่ยของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

2.) ผลการการสร้างและพัฒนา แบบฝึก เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา เรื่อง การใช้ verb to be, verb to have ที่ส่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และนำไปใช้ในการเรียนการสอนกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นกลุ่มทดลอง พบว่า การสร้างและพัฒนาแบบฝึก เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา เรื่อง การใช้ verb to be, verb to have ที่ส่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 88.01/94.86 มีค่าสูงกว่าเกณฑ์สมมติฐาน 85/85 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานการวิจัย

3.) ผลการวัดความคิดเห็นของกลุ่มทดลองที่มีต่อ แบบฝึก เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา เรื่อง การใช้ verb to be, verb to have ที่ส่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่ากลุ่มทดลองมีความคิดเห็นต่อ แบบฝึก เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา เรื่อง การใช้ verb to be, verb to have ที่ส่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

บทความทางวิชาการเรื่อง การศึกษากับการพัฒนาประเทศ

บทความทางวิชาการเรื่อง การศึกษากับการพัฒนาประเทศ




บทบาททางกาศึกษาที่มีต่อการพัฒนาประเทศนั้น เป็นที่ตระหนักและยอมรับกันทั่วไปสำหรับสภาพการณ์ปัจจุบันและอนาคต การศึกษาเป็นปัจจัยหลักในการโน้มนำประเทศไปในแนวทางที่พึงประสงค์ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ศิลปวัฒนธรรม

จากข้อความนี้ แสดงถึงการยอมรับความสำคัญของการศึกษาต่อการพัฒนา เพราะการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนามนุษย์ให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ที่เรียกว่า ทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources) และทรัพยากรมนุษย์นี้เองที่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประเทศใดประเทศหนึ่งมีการพัฒนารวดเร็วและมากน้อยเพียงใด บทบาทของการศึกษาในการพัฒนามนุษย์ในลักษณะนี้มาก จนอาจกล่าวได้ว่า การศึกษากับการพัฒนาประเทศเป็นของคู่กัน เป็นสิ่งที่ต้องมีควบคู่อยู่เสมอ

ที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า การศึกษาเป็นการพัฒนาคนและทรัพยากรมนุษย์ของแต่ละสังคมหรือประเทศโดยตรง กล่าวคือ การศึกษาได้ทำหน้าที่แปรสภาพคนตั้งแต่เริ่มเกิดไปสู่สภาพพลเมืองดี แล้วปรับแต่งให้เข้าสู่สภาพการเป็นกำลังคน (Manpower) ตามความต้องการของงานในสาขาต่างๆ ระบบการศึกษายังทำหน้าที่ในการผลิตทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณลักษณะตามความต้องการของสังคม กล่าวอีกอย่างหนึ่ง การศึกษามีบทบาททั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติในด้านต่างๆ

ความหมายของการศึกษาจำแนกได้ 2 ลักษณะ คือ

1. การศึกษาในความหมายที่กว้างหมายถึงอิทธิพลทุกอย่างที่มีต่อชีวิต บุคลิกภาพและความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ที่ถูกกำหนดด้วยปัจจัยหลายอย่าง เช่น ครอบครัว สังคม ศาสนา ระบบการปกครอง สื่อมวลชนและดินฟ้าอากาศ เป็นต้น การศึกษาในลักษณะนี้ไม่มีสิ้นสุดเริ่มตั้งแต่เกิดจนตาย เป็นการศึกษาจากประสบการณ์ทั้งหมดของชีวิต การศึกษาจึงมีได้อยู่แต่ในโรงเรียนเท่านั้น

2. การศึกษาในความหมายที่แคบหมายถึง กระบวนการที่สังคมถ่ายทอดวัฒนธรรม ความรู้ ความชำนาญ ค่านิยมจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง โดยผ่านโรงเรียนหรือสถาบันทางสังคมอื่นๆ เป็นการถ่ายทอดอย่างจงใจ มีการเลือกสรรว่าจะถ่ายทอดอะไร มีการกำหนดแนวทาง มีการจัดตั้งระบบเป็นกิจลักษณะ การศึกษาในลักษณะนี้เป็นภารกิจของสังคมที่จะปั้นให้เด็กเป็นไปตามความต้องการของสังคม



หน้าที่ของการศึกษา

โดยทั่วไปแล้วการศึกษาทำหน้าที่สำคัญ 2 อย่างควบคู่กันไป กล่าวคือ หน้าที่เชิงอนุรักษ์ (Conservative Function) เป็นหน้าที่ที่ต้องทำนุบำรุง รักษา ถ่ายทอดวัฒนธรรมของสังคม เพื่อรักษาเสถียรภาพของสังคมไว้ โดยมีการถ่ายทอดความรู้ ความเชื่อ ค่านิยม แบบแผนแห่งพฤติกรรมจากรุ่นหนึ่งไปยังคนอีกรุ่นหนึ่ง ส่วนอีกหน้าที่หนึ่งคือ หน้าที่เชิงสร้างสรรค์ (Innovative Function) ในกรณีนี้การศึกษาทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะทำให้สังคมก้าวหน้าตลอดเวลา ตลอดจนทำหน้าที่เผยแพร่นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ

หากจะกล่าวเฉพาะบทบาทและหน้าที่ของการศึกษาที่มีส่วนสัมพันธ์ต่อการพัฒนาบุคคล ต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติแล้ว อาจแบ่งหน้าที่ของการศึกษาได้ดังนี้

1. พัฒนาความรู้และสติปัญญาของพลเมืองโดยส่วนรวมให้เป็นผู้ที่มีความสามารถสูงยิ่งขึ้น

2. ช่วยให้คนสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของสังคมที่เปลี่ยนแปลงได้ดียิ่งขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต

3. เตรียมพลเมืองดี (Good Citizen) ให้แก่สังคมอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

4. ช่วยให้บุคคลมีความสามารถในการประกอบอาชีพ เพื่อดำรงตนอยู่ในสงคมได้อย่างมีความสุข

5. ช่วยเตรียมกำลังคนให้สอดคล้องกับงานในสาขาต่างๆ ตามที่สังคมและประเทศชาติต้องการ

6. ถ่ายทอดผลิตผลทางปัญญา ประสบการณ์ ตลอดจนมรดกทางปัญญาและทางวัฒนธรรมสู่คนรุ่นใหม่

7. ปลูกฝังความคิด ความเชื่อ ค่านิยมและอุดมการณ์ทางด้านการเมือง เศรษฐกิจสังคม และวัฒนธรรม ตามความประสงค์ของสังคมนั้นๆ

8. สร้างกลุ่มพลังทางการเมือง ทางด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะการคัดสรรชนชั้นนำหรือชนชั้นปกครองของประเทศ

9. เป็นสื่อสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิกของแต่ละสังคมแต่ละประเทศ เช่น โครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เป็นต้น

จากภาระหน้าที่ของการศึกษาที่ได้กล่าวมานี้ ช่วยให้เห็นลู่ทางในการกำหนดลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาและการพัฒนาได้สะดวกยิ่งขึ้น

บทบาทของการศึกษาในการพัฒนา

ในช่วงระยะทศวรรษ 1950 นักเศรษฐศาสตร์เชื่อกันว่าการศึกษาเป็นองค์ประกอบอันสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งนี้ เนื่องจากได้มีผู้ศึกษาการลงทุนเปรียบเทียบแสดงให้เห็นว่าบางประเทศได้รับผลตอบแทนสูง บางประเทศได้รับผลตอบแทนไม่สูงนัก และเมื่อนำรายละเอียดมาเปรียบเทียบกัน นักเศรษฐศาสตร์สรุปได้ว่า องค์ประกอบของการพัฒนาที่ทำให้เกิดผลตอบแทนต่างกันคือ พื้นฐานทางการศึกษาของประชาชนในประเทศนั้น จึงเชื่อว่าการพัฒนาการศึกษาเป็นการพัฒนาที่ให้ผลตอบแทนสูง ด้วยเหตุนี้ในช่วงเวลานั้น การศึกษาจึงถูกจัดให้เป็นสินค้าเศรษฐกิจอย่างหนึ่ง ซึ่งหมายถึงว่าต้องมีการลงทุนเพื่อสร้างทุนมนุษย์ หรือกำลังคนอันเป็นหัวใจสำคัญของความเจริญก้าวหน้า หน้าที่สำคัญของระบบการศึกษาก็คือการสร้างคนให้มีความรู้ทักษะและทัศนคติที่จะช่วยให้อัตราการเจริญเติบโดโดยส่วนรวมสูงขึ้น ส่วนผลกระทบอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจจะเป็นเป้าหมายรองลงไป

จึงกล่าวได้ว่า การศึกษาสามารถทำให้การพัฒนาสำเร็จตามเป้าหมายได้แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเปลี่ยนจุดมุ่งหมายและวิธีการจัด กล่าวโดยสรุปก็คือ การศึกษาเพื่อการพัฒนานั้นต้องมุ่งที่จะให้ความรู้ ทักษะ ทัศนคติที่จำเป็นต่อความต้องการที่แท้จริงของชาวชนบทผู้ยากไร้ และต้องเป็นการศึกษาที่สมาชิกสังคมสามารถจะเรียนรู้ได้ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้เมื่อ ยูเนสโกได้พิมพ์หนังสือเรื่อง “เลิร์นนิง ทุ บี” (Learning to be) ในปี ค.ศ.1972 แนวคิดที่สำคัญของหนังสือเล่มนี้ก็คือ การศึกษาของคนจะหยุดนิ่งไม่ได้ เมื่อจบการศึกษาจากระบบโรงเรียนแล้ว จะต้องศึกษาต่อไปตลอดชีวิต เพราะโลกเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและรวดเร็วยิ่งขึ้น แนวคิดการศึกษาตลอดชีวิต (Life-long Education) ทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องสร้างระบบการศึกษานอกโรงเรียนขึ้นเพื่อให้คนที่พ้นวันเรียนแล้ว ได้มีโอกาสใช้การศึกษานอกโรงเรียนแทนการเรียนในโรงเรียน แนวความคิดนี้จึงมีคนขานรับกันทั่วโลก

เท่าที่กล่าวมา แสดงให้เห็นว่า การศึกษาเป็นเครื่องมือที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาอาจจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือส่งเสริมส่วนอื่นๆ ของระบบสังคม นั้นคือการศึกษาอาจถูกใช้ให้เป็นเครื่องมือในการดำเนินกิจกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม หรือตอบสนองนโยบายบางอย่างของรัฐบาลได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในฐานะที่ท่านเป็นผู้หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาถ้าท่านยังคงเห็นว่าการศึกษาคือธุรกิจ เป็นการหากำไรจากผู้ที่ต้องการศึกษา แล้วจะยังผลให้พัฒนาประเทศชาติไปได้อย่างไร เพราะการศึกษาเป็นการทำเพื่อธุรกิจแขนงหนึ่งเท่านั้น

วันศุกร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2553

verbs คืออะไรรู้ไหมเธอจ๋า !

มาตรฐานการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน
สาระที่ 1 : ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต.1.2 : มีทักษะในการสื่อสารทางภาษาแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร แสดงความรู้สึก และ ความคิดเห็น โดยใช้เทคโนโลยี และการจัดการที่เหมาะสม เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
1. ใช้ภาษาง่าย ๆ สั้นๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล โดยใช้สื่อนวัตกรรมง่ายๆ
2. ใช้ภาษาง่ายๆ สั้นๆ เพื่อแสดงความต้องการของตนโดยใช้สื่อเทคโนโลยีง่ายๆ ที่มีอยู่ในสถานศึกษา
3. ใช้ภาษาง่าย ๆ เพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล และสิ่งต่างๆ รอบตัว โดยใช้ประโยชน์ จากสื่อการเรียนทางภาษา และผลจากการฝึกทักษะต่างๆ
4. ใช้ภาษาง่ายๆ เพื่อแสดงความรู้สึกของตน โดยใช้ประโยชน์จากสื่อการเรียนทางภาษา และ ผลจากการฝึกทักษะต่างๆ รวมทั้งรู้วิธีการเรียนภาษาต่างประเทศที่ได้ผล
มาตรฐาน ต. 1.3 : เข้าใจกระบวนการพูด การเขียน และสื่อสารข้อมูล ความคิดรวบยอด และ ความคิดเห็น ในเรื่องต่างๆ ได้อย่างสร้างสรรค์ มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิภาพ และมีสุนทรียภาพ
4. นำเสนอกิจกรรมทางภาษาที่เหมาะสมกับวัย ตามความสนใจ ด้วยความสนุกสนาน
สาระที่ 2 : ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต.2.1 : เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าภาษา และนำไปใช้ได้อย่าง เหมาะสมกับกาลเทศะ
1. เข้าใจรูปแบบพฤติกรรม และการใช้ถ้อยคำ สำนวนง่ายๆ ในการติดต่อปฏิสัมพันธ์ ตาม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
มาตรฐาน ต 2.2 : เข้าใจความเหมือน และความแตกต่าง ระหว่างภาษา และวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษากับภาษา และวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างมีวิจารณญาณ




ชื่อ…………………………….ชั้น………………เลขที่………

คำชี้แจง แบบทดสอบก่อนเรียนนี้มี  30 ข้อแบ่งได้เป็น 2 ตอน

ตอนที่ 1 จงเติมคำในช่องว่าง

ใช้คำในกรอบข้างล่างเหล่านี้เติมคำในช่องว่างให้ถูกต้อง



I …….. a boy.
Sutee…………….a teacher.
My mother………… a nurse.
This is a Jam. He ……. a carpenter.
This is a Pam. She ………. a girl.
This is Wila. She ……...a nurse.
This is Manut. He ………… my brother.
He ………….. a doctor.
She…………….. a fruit seller.
We ……………. singers.
This……….. a my dog .
It ………………… a dog.
He ……………….. a police .
She and I ……………….. students.
Nut ………… a man.
ตอนที่ 2
จงใช้คำกริยา Verb to beให้เหมาะสม
Malee …………. cook.
I ………… Thai.
Been …………………….a doctor. ……… you like him?
The ball ……….. here.
……………….. he walk to school?
The bird ……….. an animal.
Wichai ……....a man. He ………….. a doctor.
……… he in the garden ?
Where ……….. the ball ?
It …….. in front of the car.
There ……….. three butterflies.
……………...she a nurse?
………...they happy?
…………..he a lawyer?
………..you go to school by bus?

Verb to be เป็นกริยาช่วย
กริยา to be คือ คำกริยาช่วยใน Present Tense (ปัจจุบันกาล)ใช้ is, am, are ( เป็น อยู่ คือ) แต่ใน Past Tense (อดีตกาล )ใช้ was were (เป็นอยู่ คือ)
หลักการใช้ Verb to be
1. ประธานเอกพจน์ ( มีอย่างเดียว ) ได้แก่ He, She, It ชื่อคนหรือคำนามที่ชี้เฉพาะเจาะจงแสดงให้เห็นคน สิ่งเดียว ตัวเดียว เช่น Sutee , Suwat, A student,The cat ,The pen ใช้ Verb to be is
ตัวอย่างเช่น
Sutee is a boy.
This is a bug.
* แต่ถ้าประธานเป็น  I (ความหมายคือ ฉัน) ใช้ am เช่น I am a boy.
* แต่ถ้าประธานเป็น  You (ความหมายคือ เธอ) ใช้ are เช่น
You are a boy.
2. ประธานพหูพจน์ ( มีหลายอย่าง ) ได้แก่ We ,They, Its ชื่อคนที่แสดงถึงหลายคน เช่น Sutee and Suwat, สัตว์ที่แสดงถึงหลายตัวหลายชนิด เช่น Cats ,Dogs, Cat and dog หรือสิ่งของหลายชนิด เช่น The pen and the pencil ใช้ Verb to be are
ตัวอย่างเช่น
Sutee and Suwat are students. สุธีและสุวัฒน์ เป็นนักเรียน
My pens are in the box. ปากกาของฉันอยู่ในกล่อง







จงใช้ is , am, are ในประโยคต่อไปนี้ให้ถูกต้อง

I …… in the classroom.
a. is b. am c. are

2. We….. in the classroom.
a. is b. am c. are

You…….. in the classroom.
a. is b. am c. are

4. Jim …….. in the classroom.
a. is b. am c. are

He…….. in the classroom.
a. is b. am c. are

6. She …….. in the classroom.
a. is b. am c. are

7. It …….. in the classroom.
a. is b. am c. are

8. My ruler …….. in the classroom.
a. is b. am c. are

9. My teacher …….. in the classroom.
a. is b. am c. are

10. Sutee …….. in the classroom.
a. is b. am c. are




จงใช้ is , am, are ในประโยคต่อไปนี้ให้ถูกต้อง


1. My sister …… at home.
a. is    b. am     c. are

2. She…..... at home.
a. is   b. am    c. are

3.My brother …..... at home.
a. is   b. am    c. are

4. He …..... at home.
a. is   b. am    c. are

5. My father …..... not at home.
a. is    b. am    c. are

6. This……… a book.
a. is    b. am    c. are

7. These ……….. books.
a. is    b. am    c. are

8. This …… a cat.
a. is    b. am    c. are

9. These ……… cats.
a. is    b. am    c. are
 
10. Where …………….. John?
a. is      b. am      c. are






1.This_______ a _______ . 











2. It _______ a_______ .       








3. This _____ a_______ .






________ this a rat?



5. These ________ bananas .



































วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2551

ชุดกิจกรรมนำมาสู่บทเรียน วันนี้มีปัญหา !?!

* อะไรเอ่ย สัตว์ตัวน้อยๆ ขยันกัดเจ็บมี 6 ขาตัวเมียเป็นนางพญา
ตอบ ant มด
* อะไรเอ่ย แม่และพ่อชอบขี่ไม้กวาด เหาะไปเหาะมา ลูกๆกัดเจ็บเดินบนดินไต่ตามต้นไม้
ตอบ ant มด
* อะไรเอ่ย เป็นผลไม้สีแดงๆเขียวๆ หวานเด็กๆชอบกินเป็นผลไม้เมืองนอกเมืองหนาว ผิวเกลี้ยงๆ
ตอบ apple แอปเปิ้ล
* อะไรเอ่ย ใช้เป็นอาวุธในการตัดต้นไม้ของคนหาฟืน( เล่านิทานเทพารักษ์กับคนตัดฟืน สอดแทรกจริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต )
ตอบ axe ขวาน
* อะไรเอ่ย ลูกกลมๆทำกับหนังหรือพลาสติกนักเรียนชอบแตะเล่น
ตอบ ball ลูกบอล
* อะไรเอ่ย ร้องจิบๆอยู่ตามต้นไม้
ตอบ bird นก
* อะไรเอ่ย ใครเอ่ยที่ต้องแต่งชุดลูกเสือสำรองมาโรงเรียน
ตอบ boy เด็กผู้ชาย
* อะไรเอ่ยร้องเหมียวๆเคล้าแข็งเคล้าขาน่าเอ็นดู
ตอบ cat แมว
* อะไรเอ่ยใช้สำหรับนั่งคู่กับโต๊ะ
ตอบ chair เก้าอี้
* อะไรเอ่ยใช้บอกเวลาติดอยู่ข้างฝา
ตอบ clock นาฬิกาฝาผนัง
* อะไรเอ่ย ร้องก๊าบๆหากินในน้ำและบนบกได้
ตอบ duck เป็ด
* อะไรเอ่ยเหมือนกับคนแต่ไม่มีชีวิตพวกเด็กชอบเล่น แต่งตัวได้
ตอบ doll ตุ๊กตา
* อะไรเอ่ยใช้เปิดก่อนเข้าบ้าน
ตอบ door ประตู
* อีเล็ปเอชมดคือสัตว์อะไร( e – lep – h – ant )มีหูมีตาหางยาว
ตอบ elephant ช้าง
* อะไรเอ่ยลูกกลมๆ สีนวลๆ ใช้ทอดหรือต้มกิน (เอ๊ก อี่ เอ๊ก.. )
ตอบ egg ไข่
* อะไรเอ่ยอียืนนำหน้าเอยืนตามหลังปิดท้ายด้วยอาร์
ตอบ ear หู
* อะไรเอ่ยโบกสะบัดทุกเช้าต้องร้องเพลงชาติก่อนถึงจะขึ้นและลงสู่ยอดเสาได้
ตอบ flag ธง
* อะไรเอ่ยเป็นพืชสีสวยๆมีกลิ่นหอมแมลงชอบดม
ตอบ flower ดอกไม้
* อะไรเอ่ยอาศัยน้ำใช้ดูเล่นเพื่อความเพลิดเพลินใช้เป็นอาหารได้ให้โปรตีน
ตอบ fish ปลา
* อะไรเอ่ยก่อนจะเป็นผู้ใหญ่เพศหญิง เป็นอะไรก่อน
ตอบ girl เด็กผู้หญิง
* อะไรเอ่ยเป็นของที่ชอบให้กันในวันปีใหม่
ตอบ gift ของขวัญ
* อะไรเอ่ยมีสองตาสองขาแต่อยู่ที่บนหน้าส่วนมากอยู่บนหน้าคนแก่ น่ะ..
ตอบ glasses แว่นตา
* อะไรเอ่ยที่อยู่อาศัยในเมืองเป็นห้องแถวสองชั้นยาว ( ทาวน์เฮ้า)
ตอบ house บ้าน
* อะไรเอ่ยเป็นอวัยวะของเราที่ใช้จับมีสองข้าง
ตอบ hand มือ
* อะไรเอ่ย ใช้สวมบนหัวกันแดด
ตอบ hat หมวกมีปีก
* อะไรเอ่ยเป็นบ้านทำด้วยมันคือที่อยู่ของชาวเอสกิโม
ตอบ igloo กระท่อมน้ำแข็ง
* อะไรเอ่ยเย็นๆเป็นก้อนๆใส่ในน้ำจะเป็นน้ำเย็น
ตอบ ice น้ำแข็ง
* อะไรเอ่ยใส่ในปากกาใช้เขียนตัวหนังสือเป็นของเหลว
ตอบ ink น้ำหมึก
* อะไรเอ่ยใช้ทาขนมปังไว้กินทุกๆเช้า
ตอบ jam แยม
* อะไรเอ่ยไว้สำหรับใส่ดอกไม้บูชาพระคล้าย ขวดน้ำ
ตอบ jar แจกัน
* อะไรเอ่ยเสื้อที่ใช้สวมไว้นอกสุดกันหนาวได้ด้วย
ตอบ jacket เสื้อแจคเก็ต
* อะไรเอ่ยเด็กๆเล่นกันในฤดูเก็บเกี่ยวข้าวอาศัยแรงลม
ตอบ kite ว่าว
* อะไรเอ่ยลูกชอบสัปดนชอบแย่งตูดแม่ แขวนไว้กับประตูบ้านกันขโมยเข้าบ้าน
ตอบ key ลูกกุญแจ
* อะไรเอ่ยผู้ปกครองประเทศตามกฎหมายรัฐธรรมนูญใครจะละเมิดไม่ได้
ตอบ king พระราชา
* อะไรเอ่ยฟลอเรนไนติงเกลใช้จุดเพื่อให้แสงสว่างในเวลากลางคืน
ตอบ lamp ตะเกียง
* อะไรเอ่ยเป็นพืชสีเขียว(ส่วนมากสีเขียว)ชอบร่วงหล่นบนพื้นดิน
ตอบ leaf ใบไม้
* อะไรเอ่ยเป็นลำต้นของพืชตัดเป็นท่อนๆใช้สร้างบ้าน
ตอบ log ท่อนซุง
* อะไรเอ่ยมองเห็นเฉพาะกลางคืนในคืนเดือนหงาย
ตอบ moon ดวงจันทร์
* อะไรเอ่ยเป็นคู่ของพ่อและเกิดเรามา
ตอบ mother แม่
* อะไรเอ่ยใช้ส่องดูตนเอง
ตอบ mirror กระจก
* อะไรเอ่ยมีไว้สำหรับหายใจ
ตอบ nose จมูก
* อะไรเอ่ยอยู่เหนือบ่าใต้หน้า
ตอบ neck คอ
* อะไรเอ่ยก้นใช้ร้อยด้ายเวลาเย็บผ้า
ตอบ needle เข็มเย็บผ้า
* อะไรเอ่ยเป็นผลไม้ลูกกลมๆสีส้มๆเหมือนชื่อ ยี่ห้อโทรศัพท์มือถือ
ตอบ orange ส้ม
* อะไรเอ่ยเป็นปลามีหนวดมากมายคนชอบปิ้งกิน
ตอบ octopus ปลาหมึก
* อะไรเอ่ยร้อง มอ มออยู่ตามท้องนา
ตอบ ox วัวตัวผู้
* อะไรเอ่ยเป็นผลไม้ใช้ทำส้มตำ
ตอบ papaya มะละกอ
* อะไรเอ่ยสำหรับเขียนหนังสือเวลาผิดก็ลบง่าย
ตอบ pencil ดินสอ
* อะไรเอ่ยร้อง อู๊ดๆ พวกอิสลามไม่กินเนื้อของมัน
ตอบ pig หมู
* อะไรเอ่ยใช้เรียกราชินี
ตอบ queen ราชินี
* อะไรเอ่ยเป็นเครื่องหมายที่ใส่หลังประโยคคำถาม
ตอบ question mark เครื่องหมายคำถาม
* อะไรเอ่ยใช้สำหรับห่มให้ทารกสีสวยๆ
ตอบ quilt ผ้าห่มเด็กทารก
* อะไรเอ่ยใช้สวมที่นิ้ว
ตอบ ring แหวน
* อะไรเอ่ยใช้ผูกกล่องของขวัญ
ตอบ ribbon ริ้บบิ้น
* อะไรเอ่ยใช้ผูกของ ล่ามวัว
ตอบ rope เชือก
* ตัวอะไรเอ่ยเหมือนหอยไต่บนกำแพงกินพืชเน่าๆ
ตอบ snail หอยทาก
* อะไรเอ่ยใช้สวมก่อนใส่รองเท้า
ตอบ sock ถุงเท้า
* อะไรเอ่ยมาทุกเช้ากลับทุกเย็นให้ความร้อนและแสงสว่าง
ตอบ sun ดวงอาทิตย์
* อะไรเอ่ยใช้ตั้งสิ่งของมี 4 ขาถ้าจะให้ครบชุดต้องมีเก้าอี้ด้วย
ตอบ table โต๊ะ
* อะไรเอ่ยให้ร่มเงาเป็นสิ่งมีชีวิต มีใบมีกิ่งมีลำต้น
ตอบ tree ต้นไม้
* อะไรเอ่ยใช้สวมใส่ทำด้วยผ้ายืด คอกลมไม่มีปก
ตอบ t- shirt เสือยือคอกลม
* อะไรเอ่ยใช้กางเวลาออกแดด หรือฝนตก
ตอบ umberla ร่ม
* อะไรเอ่ยใช้สวมอยู่ข้างในก่อนใส่ชุดด้านนอก
ตอบ underwear ชุดชั้นใน
* อะไรเอ่ยใช้เรียกการขีดเส้นใต้
ตอบ underline
* อะไรเอ่ยใช้ขับขี่ใหญ่กว่ารถเก๋ง เล็กรถบัส นั่งได้ 12 คน
ตอบ van รถตู้
* อะไรเอ่ยเป็นพืชขึ้นเป็นเถา
ตอบ vine เถาวัลย์
* อะไรเอ่ยใช้สีเป็นเพลงเป็นเครื่องดนตรีฝรั่ง
ตอบ violin ไวโอลิน
* อะไรเอ่ยใช้ดูเวลาอยู่ที่ข้อมือ
ตอบ watch นาฬิกาข้อมือ
* อะไรเอ่ยใช้สวมที่หัว ผมสั้นยาวเลือกได้เร็วรี่
ตอบ wig ผมปลอม
* อะไรเอ่ยอยู่ที่ฝาผนังเปิด - ปิดได้ คู่กับประตู
ตอบ window หน้าต่าง
* อะไรเอ่ยใช้ถ่ายเอกสารสิ่งของ เอ็กซ์อยู่หน้าอีโรเอ็กซ์
ตอบ xerox
* อะไรเอ่ยใช้ ถ่ายดูอวัยวะภายในของคน สัตว์
ตอบ x-ray
* อะไรเอ่ยเป็นเครื่องดนตรีใช้สำหรับตีเหมือนระนาดแต่ทำด้วยเหล็ก
ตอบ xylophon
* อะไรเอ่ยใช้เล่นเป็นลูกกลมๆยืดขึ้นลงกับด้าย
ตอบ yo-yo โย-โย
* อะไรเอ่ยอยู่ตรงกลางของไข่ให้ธาตุเหล็กมักมีสีเหลืองหรือแดง
ตอบ yolk ไข่แดง
* อะไรเอ่ยใช้เรียกสีเหลือง
ตอบ yellow เยลโล
* อะไรเอ่ยดูเหมือนม้าแต่ไม่ใช่ม้า มีทางเดินบนถนน
ตอบ zebra ม้าลาย
* อะไรเอ่ยใช้ติดกับกระโปรง หรือกางเกง รูดขึ้นลงได้
ตอบ zipper ซิป
* อะไรเอ่ยเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าที่อยู่ในเมืองพวกหนูๆชอบพากันไปดู
ตอบ zoo สวนสัตว์

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2551

การประกันคุณภาพกับครูไทย

การประกันคุณภาพกับครูไทย
ปัจจุบันในแวดวงการศึกษา กำลังมีการตื่นตัวอย่างขนานใหญ่ กับการปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งการปฏิรูปการศึกษาแนวใหม่นี้อาจจะเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าการศึกษาของไทยอย่างขนานใหญ่ในอนาคต องค์การที่รับผิดชอบหลักในการดูแลและคววบคุมการจัดการศึกษาจะมีอยู่เพียงหน่วยงานเดียวคือ กระทรวงศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมพร้อมทั้งจะมีการกระจายอำนาจในการจัดการศึกษาไปสู่ท้องถิ่น มหาวิทยาลัยต่างๆ จะออกนอกระบบราชการไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารทรัพยากรและบริหารหลักสูตร ให้สามารถพัฒนาองค์การทางการศึกษาไปสู่ความเป็นเลิศ ในทางวิชาการ แต่ขณะเดียวกันสถานศึกษาต่างๆ เหล่านี้ ก็จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มข้นขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดภายในหน่วยงานของครู มีสถาบันการศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก ที่จัดการศึกษาเฉพาะด้าน การจัดการศึกษาเฉพาะด้านดังกล่าวคงจะหลีกเลี่ยงกระแสของการเปลี่ยนแปลงอันนี้ไปได้ยาก เพราะในมาตรา 21 ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้ระบุว่าหน่วยงานที่จัดการศึกษาอื่นๆ ของรัฐ อาจจัดการศึกษาเฉพาะตามความต้องการ และความชำนาญของหน่วยงานนั้นได้ โดยคำนึงถึงนโยบาย และมาตรฐานการศึกษาของเขาด้วย ต่อไปถ้ามีการจัดอันดับสถาบัน หรือมาตรฐานการผลิตวิศวกร แพทย์ และพยาบาลแล้ว อาจมีคำถามตามมาว่า วิศวกร แพทย์ และพยาบาลที่ผลิตโดยสถาบันการศึกษาของไทย มีมาตรฐานมากน้อยแค่ไหน สถาบันเหล่านี้ ถ้าจัดอันดับแล้ว มีมาตรฐานอยู่ในลำดับที่เท่าใด ของประเทศ นอกจากนี้โรงเรียนต่างๆ ของไทย ที่จัดการศึกษาตามแนวทางราชการนั้น มีมาตรฐานเพียงใด คำถามที่บุคคลทั่วไปถามอยู่บ่อยๆ ก็คือ สถาบันการศึกษาของไทยต่างๆ มักเรียนแล้วไม่มีตก ต้องจบเสมอ ถ้ามาเรียนทุกวัน เรียนเท่าใดก็จบเท่านั้น และที่จบไปนั้นมีคุณภาพเพียงใด (พ.อ.พร ภิเศก การประกันคุณภาพกับการศึกษา หน้า 38 )จากแนวคิด ในการประกันคุณภาพการศึกษาดังกล่าว โรงเรียนได้ตระหนักถึงมาตรฐานของตนและเริ่มใช้ระบบประกันคุณภาพ เพื่อแสดงให้ประจักษ์ว่าสถาบันศึกษานั้นๆ ได้ปฏิบัติหน้าที่ เป็นประโยชน์ต่อสังคมอยู่ในลำดับที่ดี และมีคุณภาพมากขึ้นต่อไปกรอบแนวคิด ระบบประกันคุณภาพการศึกษาจะเห็นได้ว่า จะระบบหน่วยย่อยต่างๆ ที่ควบคุมคุณภาพอยู่หลายระบบ แต่ทว่า จะสำเร็จจริงหรือ.....เมื่อครูเรายังติดยึดอยู่กับระบบเดิมๆ ไม่คิดจะพัฒนาตนเองเพียงสนใจแค่ ค่าของคนอยู่ที่เป็นคนของใคร จะมีวันใดบ้างที่ครู.....จะต้องเป็นครูทุกขณะจิต ต้องรู้โลก รู้ชีวิตอย่างแจ่มแจ้ง ต้องมีปฏิญาณโวหารแสดง ต้องเป็นแหล่งก้าวหน้าวิชาการ ต้องสอนคนมากกว่าสอนหนังสือ (เนาวรัตน์ พงศ์ไพบูลย์)การปฏิรูปการศึกษา เพื่อประกันคุณภาพจะดีเพียงใดก็ตามจะเป็นเสมือนกระดาษที่เขียนโครงการที่สวยหรู แต่เราเป็นครูต้องสมัครใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ออกจากระบบอุปถัมภ์ เพื่อเราจะได้อธิบายแก่ผู้เสียภาษี ให้พึงพอใจว่า เราทำงานได้คุ้มกับงบประมาณที่รัฐได้จ่าย เกิดประสิทธิภาพและประเมินผลต่อการศึกษาหรือต่อ ผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องครูเป็นที่รัก - เคารพยกย่องครูจะต้องตระหนักในศักดิ์ศรีมีหลักการเหตุผลกลวิธีครูต้องมีความอดทนสร้างผลงานครูต้องมีทั้งความดีและความเก่งครูต้องเคร่งจริยะมาตรฐานเป็นประทีปเจิดจรัสชัชวาลส่องนำจิตวิญญาณของปวงชน(เนาวรัตน์ พงศ์ไพบูลย์)บรรณานุกรมปราโมทย์ ทองกระจาย," วิกฤตอุดมศึกษา:ระบบที่ขาด(การตรวจสอบ)คุณภาพ " วารสารส่งเสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอน, ปีที่ 6 ฉบับที่ 1,กันยายน - ธันวาคม 2540 .สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติสำนักนายกรัฐมนตรี, พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542, กรุงเทพมหานคร:พริกหวาน กราฟฟิก, 2542 .พ.อ. พร พิเศก, การประกันคุณภาพทางการศึกษากองทัพบกต้องพิจารณา, วารสารเสนาธิปัตย์, ปีที่ 49 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม - สิงหาคม 2543 .

วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ชุดกิจกรรมนำมาสู่บทเรียนอะไร...เอ่ย?

ปริศนาคำทาย สำหรับตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตัวพิมพ์ใหญ่

•ตัวอักษรอะไรเอ่ย....แหลมๆเหมือนหลังคาบ้านมีไม้คั่นตรงกลาง
•ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ดินสอ 2แท่งเอาปลายมาวางพิงกันแล้วเอาอีก 1 แท่ง
มาคั่นตรงกลาง ....
ตัวเอ A
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย...มีเลข 1 กับเลข 3 ยืนใกล้กัน ยืนพิงกันก็ได้จ๊ะ
ตัวบี B

• ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ยืนนิ่งๆเฉยๆมีเพื่อนมาชกท้องตัวงอเหมือนกุ้งเลย
ตัวซี C

• ตัวอักษรอะไรเอ่ย.....เป็นคำพูดที่ใช้ชมนักเรียนที่ไม่ดื้อไม่ซน มีขีดตรงๆยืน 1ขีด และดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยว มาชิดสนิทกัน...ตอบได้ไหมเอ่ย...ได้..ใช่ไหมดีค่ะ....ตัว D
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย.....ยืนตรงๆยกแขนหนึ่งข้างไปด้านหน้าเสมอตาอีกข้างเสมอท้อง และกระดกขา 1 ข้างยกไปด้านหน้า ใช้เรียกผู้หญิงเป็นคำหยาบ หรือคำด่าผู้หญิง....
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย....คน 1 คน งอกจมูกยาวๆ มีสะดือยาวๆและมีเท้ายาวๆด้วยละงอกออกไปด้านหน้าทั้งหมดนะ..จะบอกให้
ตัวอี E
•ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ยี่ห้อบะหมี่สำเร็จรูปยี่ห้อใหม่... เอฟ...เอฟ
•ตัวอักษรอะไรเอ่ย...เหมือนตัวอี แต่ขาหายไป...
ตัวเอฟ F
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ตัวซีมีปากเป็นกอไก่ ตัวเล็กๆ
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... ตัวซีกัดหางตัวเอง จี ....
ตัวจี G
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... เหมือนบันไดไม้ไผ่ของสมเด็จพระนเรศวรพาดกำแพงเมืองพม่า
คิดดีๆ......
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... ..เสียงเหมือนคนจามเวลาเป็นหวัด ....
ตัวเอช H
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... แปลว่าฉันอยู่ตรงไหนใหญ่เสมอ ตัว ไอ..I
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... รูปร่างคล้ายกระดูกที่สุนัขชื่นชอบ
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... ใช้เรียกอาการที่คันคอ..ก่อนจะเป็นหวัด...
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย..ขีดเส้นตรงยืนแล้วขีดปิดหัวท้าย

• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... ตัวแอล งอกเท้ายาวเตะไปด้านหน้า
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... คล้ายๆเบ็ดตกปลา
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... เหมือนด้ามร่ม
ตัวเจ J
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... ยืนตรงๆ งอกแขน ขาออกทางหน้าท้อง
ตัวเค K
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... ขอบประตูแบ่งครึ่งแต่ไม่มีเส้นบน
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... เหมือนตัวเจแต่หันเท้ากลับหลังวางเท้ากับพื้น
ตัวแอล L
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... เหมือนพอพาน แต่ไม่มีหัว คว่ำลง
ตัวเอ็ม M
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... .เขียนคล้ายทอ ทหารกลับหลังแต่หลังแหลมๆ
ตัวเอ็น..N
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... ตัวกลมๆ คล้ายๆลูกบอล
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... คล้ายๆ ไข่ไก่ก็ได้ ไข่เป็ดก็ได้ ไข่นกก็ได้ เลขศูนย์ก็ได้ คิดๆดูให้ดี..โอ้โห !
ตัวโอ O
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... เหมือนตัวดี ยืดขาออกมาตัว
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... คล้ายๆ ถั่วงอกที่เราเอาไปผัดกิน
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... เป็นตัวที่คนใต้ชอบเรียกคนอ้วนๆว่า...พี
ตัวพี P
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... เหมือนตัวโอ งอกหาง
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... คล้ายๆ แตงโมที่มีขั้ว คว่ำหัวลง
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... เวลาที่หนูๆจะไปซื้ออาหารหนูต้องทำอย่างไรโดยไม่แย่งกันซื้อ ( เข้าแถว..หรือเรียกอีกอย่างว่าเข้าคิว )
ตัวคิว.. Q

• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... เหมือนตัวพี แต่ยืดขาออกไปเหมือนเราก้าวไปข้างหน้า
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย.... ใช้เรียกน้องของพ่อ
ตัวอาร์ R

• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... เหมือน ตัวไส้เดือน บิดตัว
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย.... เขียนคล้ายเลข 5 อารบิก
ตัวเอส S
•ตัวอักษรอะไรเอ่ย... เหมือนเสาไฟฟ้า
ตัวที T
•ตัวอักษรอะไรเอ่ย... ก่อนวาดรูปหน้าคน ต้องวาดรูปส่วนนี้ก่อน
•ตัวอักษรอะไรเอ่ย... โค้งคล้ายแม่เหล็กรูปเกือกม้า
ตัวยู U
•ตัวอักษรอะไรเอ่ย... คล้ายตัวยู แต่ก้นแหลม
•ตัวอักษรอะไรเอ่ย... เหมือนส่วนท้ายของกรวยไอศกรีมโคน
ตัววี V
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... คล้ายพอพาน พ แต่ไม่มีหัว
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... ตัววี 2 ตัวมายืนเคียงกัน
ตัวดับเบิ้ลยู W
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... เหมือนเครื่องหมายคูณ
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... เอาไม้ 2 อันมาไขว้กัน
ตัว เอ็กซ์ X
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... คล้ายปางไม้
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... เหมือนปางหนัง สติ๊กที่ใช้ยิงนก
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... ตัววีงอกขาออกมาหนึ่งขา
ตัววาย Y
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... คล้ายขั้นบันได,มองด้านข้าง
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... คล้ายตัวเอสแต่มีมุมแหลม
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย... คล้ายตัวเอ็นนอนตะแคง
ตัวแซด Z

ปริศนาคำทายสำหรับตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตัวพิมพ์เล็ก
* ตัวอักษรอะไรเอ่ย....ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็กลองคิดดูซิว่า
ตัวออ ..อ่างเปลี่ยนจากหัวเป็นหางเราเรียกว่าตัวอะไร a ตัวเอ
* ตัวอักษรอะไรเอ่ย....ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็กเหมือนนะเหมือน
ไม้ตีกอล์ฟแต่หัวตีใหญ่กว่านะ....
ตัวอักษรอะไรเอ่ย....ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็กเหมือนกุ้งตัวงอๆ ตัวC

* ตัวอักษรอะไรเอ่ย....ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก เหมือนนะ
เหมือน ตัวบี แต่กลับหลังหันน่ะ.... ตัวดี d

* ตัวอักษรอะไรเอ่ย....ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก เหมือนนะ
เหมือน ตัวบี แต่กลับหลังหันน่ะ.... ตัวดี d

* ตัวอักษรอะไรเอ่ย....ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็กเหมือน
นะเหมือนตะขอเกี่ยวด้ามยาวๆ หรือด้ามร่มแต่คว่ำหัวลง
ตัว เอฟ........f

° ตัวอักษรอะไรเอ่ย....ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก เหมือน
เลขเก้าอารบิก 9 หรือคล้ายงองูในภาษาไทยแต่หัวโตๆ ง
ตัวจี g

๐ ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก เหมือนเก้าอี้นั่ง
ดูด้านข้างน่ะค่ะ h ตัวเฮช

• ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก น้ำหยดหล่นลงบนหัวเรายื่นตรงๆ น่ะ
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก ใช้เรียกนำหน้าชื่อผู้ชายเป็นคำหยาบ
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก เหมือนเลข หนึ่งอารบิกมีหยดน้ำอยู่บนหัว
ตัวไอ i
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก คล้ายเลขหนึ่ง
อารบิก แต่มีเท้ายาวตวัดไปด้านหน้าบนหัวมีจุด ตัวเจ j

• ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก ยืนตรงงอกแขนขาออกทางสะดือแขนยาวถึงคอ ตัวเค k

• ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก เส้นตรงเส้นหนึ่งยืนตรงได้
ตัวแอล l

• ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก เหมือนทอทหาร
ไม่มีหัวและสระอาเขียนชิดติดกัน


• ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก คล้ายทอทหาร
ไม่มีหัว ตัว เอ็น n

• ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก คล้ายเลขศูนย์อารบิก
ตัวโอ o

• ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก ตัวบีพลิกกลับหัว
ตัวพี p


• ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก คล้ายตัวดีกลับหัว
ตัวคิว q
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก คล้ายตัวแอลแต่มีสระอากลับหลังยืนอยู่ข้างๆ
ก๊อกน้ำก็เหมือน
ตัวอาร์ R


• ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก เขียนคล้าย
เลข 5 อารบิก
ตัวเอส s

•ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก
เหมือนไม้กางเขน
ตัวที t

• ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก รูปร่างคล้ายเกือกม้า
ตัวยู u
• ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก เหมือน
ส่วนท้าย ของกรวย
ตัววี v

• ตัวอักษรอะไรเอ่ย...ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก ....คล้ายตัวพอพาน แต่ไม่มีหัว
ตัวดับเบิ้ลยู w

• ตัวอักษรอะไรเอ่ย....ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก เหมือนเอาไม้ 2 อันมาไขว้กัน. เหมือนเครื่องหมายคูณด้วย
ตัวเอ็กซ์ x

• ตัวอักษรอะไรเอ่ย....ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก เหมือนกิ่งไม้ ที่มีง่าม มีปาง
ตัววาย y

• ตัวอักษรอะไรเอ่ย....ในอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก เหมือนขั้นบันไดเรามองด้านข้าง
ตัวแซด Z